สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีหัวข้อ ที่วงการเทคโนโลยีทั้งโลกกำลังพูดถึงกันอย่างคึกคัก นั่นคือ "ยุค Moore's Law จบลงแล้ว! อุตสาหกรรมชิปหันไปใช้กลยุทธ์ใหม่" ค่ะ
ตั้งแต่ปี 1965 ที่ Gordon Moore ผู้ร่วมก่อตั้ง Intel พยากรณ์ไว้ว่าจำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ สองปี ทำให้คอมพิวเตอร์เร็วขึ้น ถูกกว่า
และเปลี่ยนโลกเราไปโดยสิ้นเชิง แต่ตอนนี้ ในปี 2026 ยุคนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้วจริงๆ เหรอ? หรือเป็นแค่จุดเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า?
จากข้อมูลล่าสุด Nvidia CEO Jensen Huang ประกาศชัดเจนว่า Moore's Law ตายแล้วในปี 2022 แต่ Intel CEO Pat Gelsinger
โต้กลับทันทีว่ายังไม่ตาย! และล่าสุด TSMC ซึ่งเป็นโรงงานชิปใหญ่สุดในโลก บอกว่าพวกเขาไม่สนใจหรอกว่า Moore's Law ยังอยู่หรือไม่
ขอแค่เทคโนโลยียังスケลได้เรื่อยๆ ก็พอแล้วค่ะ วันนี้เราจะเจาะลึกข้อมูลจริงจากแหล่งข่าวชั้นนำทั่วโลก ทั้งฝั่งจีนอย่าง SCMP, Xinhua Reuters, AP Bloomberg,
และเทคโนโลยี Wired, MIT Technology Review เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และอนาคตชิปจะเป็นยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ!
ประวัติและสาเหตุที่ Moore's Law กำลังจบ
ก่อนอื่นมาทบทวนกันหน่อยค่ะ Moore's Law ไม่ใช่กฎฟิสิกส์ แต่เป็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทำให้ชิปเร็วขึ้น 100,000 เท่า
ตั้งแต่ปี 1975 แต่เดี๋ยวนี้มันช้าลงแล้ว เพราะขนาดทรานซิสเตอร์เล็กลงถึง 2 นาโนเมตร (nm) ซึ่งใกล้ขีดจำกัดทางฟิสิกส์ เช่น quantum tunneling
ที่ทำให้กระแสไฟไหลย้อน และความร้อนสูงเกิน
Gordon Moore เองเคยบอกว่ามันต้องหยุดสักวัน และนักพยากรณ์หลายคนตั้งแต่ปี 2012 คาดว่าปี 2025 จะเป็นจุดจบ แต่ชิปเมกเกอร์อย่าง TSMC
ยังฝืนมาได้ด้วยเทคนิค EUV lithography แต่ตอนนี้ต้นทุนพุ่งสูง ROI ต่ำลงเพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผู้บริโภคซื้อพลังงานน้อยลง จากฝั่งจีน SCMP
รายงานว่า Liu He รองนายกฯ จีนเรียกประชุมเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีเพื่อวางแผน "disruptive semiconductor technologies"
ในยุค post-Moore's Law เพราะจีนตามหลัง TSMC หลายปี แต่เห็นโอกาสใน paradigm shift Xinhua ยืนยันเรื่องนี้ แสดงว่าจีนกำลังเร่งมือ
Reuters และ AP รายงานคล้ายกันว่าอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ "Dennard Scaling end" ตั้งแต่ปี 2005 ที่ชิป overheat จาก leakage current
ทำให้ต้องลด clockspeed Bloomberg ชี้ว่าการ M&A ในเทคทำให้ทุนนิยมกลายเป็น垄断 ส่งผลให้ Moore's Law จบก่อนกำหนดเพราะ
wage-productivity gap
กลยุทธ์ใหม่ของอุตสาหกรรมชิป
เอาล่ะค่ะ ยุคเก่าจบ แต่ยุคใหม่มาแล้ว! อุตสาหกรรมหันไปใช้ "beyond scaling" เช่น 3D chip stacking, chiplets ที่
Nvidia ใช้ใน Blackwell GPU บน node เดียวกับ Hopper แต่ประสิทธิภาพพุ่งเพราะ interconnect ดีขึ้น TSMC กำลังขยาย capacity
สำหรับ 2nm และ A16 สำหรับ AI servers โดย demand สูงกว่าที่คาด ลูกค้าอย่าง Nvidia, AMD รุมจีบ
Advanced packaging อย่าง combining chips หลายตัวเข้าด้วยกัน หรือ third-gen materials อย่าง SiC,
GaN ที่จีนกำลังผลักดัน SCMP บอกว่านี่คือโอกาสให้จีนแซง เพราะไม่ต้องไล่ตาม node เล็กๆ แล้ว Wired อธิบายว่า Moore's Law
เป็น economic principle ตอนนี้กลายเป็น self-reinforcing goal แต่ต้อง shift ไป heterogeneous compute,
parallelism, cloud-native MIT Technology Review ชี้ quantum computing และ neuromorphic chips จะมาแทน
WSJ, FT รายงานว่าต้นทุน fab พุ่ง TSMC วางแผนลงทุน 100 พันล้านดอลลาร์ใน 3 ปี CHIPS Act ของสหรัฐฯ ช่วยดึง Intel, TSMC
สร้างโรงงานใน Ohio, Arizona สร้างงานนับพัน CNBC วิเคราะห์ AI gold rush ขับเคลื่อน TSMC ไม่ชะลอตัว
จีนมี National IC Fund 150 พันล้านดอลลาร์ เพื่อ self-sufficiency 70% ภายใน 2025
มุมมองจากจีนและสากล + Impact
จากฝั่งจีน Global Times, CCTV ยังไม่มีข่าวเฉพาะ แต่ SCMP และ Xinhua ย้ำจีนมอง post-Moore เป็นโอกาส ด้วย Baidu Index
ชี้ search "Moore's Law end" พุ่งในจีน แสดงความสนใจสูง Al Jazeera รายงาน tension US-China tech war
แต่ breakthrough bismuth semi-metal จาก TSMC-MIT-NTU อาจเลื่อนจุดจบ Moore's Law ได้ ทำชิปเล็กลง 1nm
แต่ commercialization 10 ปีข้างหน้า
Impact ต่อเศรษฐกิจ IMF ชี้ Moore's Law ขับ productivity มานาน ถ้าช้าจะกระทบ AI, EVs World Bank
เตือน supply chain ชิปเสี่ยง Think tanks อย่าง CSIS บอก US ต้องลงทุน R&D 200 พันล้านเพื่อแข่ง
สรุป ยุค Moore's Law กำลังเปลี่ยน แต่ไม่ใช่จุดจบ เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ด้วย AI, 3D chips, new materials ทุกฝ่ายทั้งจีน สหรัฐฯ ไต้หวัน
กำลังแข่งขันดุเดือด ข้อมูลจาก SCMP, Reuters, Bloomberg ยืนยันชัดเจนว่า innovation จะไม่หยุด ฝากทุกคนติดตามนะคะ
เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกยังไง เราเจอกันคลิปหน้านะค่ะ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น