Mass Production Launch: Tesla เริ่มกระบวนการผลิต Optimus จำนวนมากเพื่อใช้ในโรงงานของตนเองภายในปี 2025-2026
Cost Efficiency: เป้าหมายราคาจำหน่ายคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่าราคารถยนต์รุ่น Model 3)
AI Integration: ใช้ระบบซอฟต์แวร์การเรียนรู้ (End-to-End Neural Networks) ชุดเดียวกับระบบ FSD ในรถยนต์
Labor Revolution: เน้นการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนและงานที่มีความเสี่ยงสูง (Dangerous, Dull, Dirty)
Scalability: มัสก์ประเมินว่าความต้องการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจสูงถึง 10,000 - 20,000 ล้านตัวทั่วโลกในอนาคต
Analysis: เมื่อหุ่นยนต์ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่คือ "แรงงานอนาคต"
การที่ Tesla ตัดสินใจเริ่มผลิต Optimus จำนวนมาก (Mass Production) สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีด้าน Actuators (ชุดขับเคลื่อนเคลื่อนที่) และ Battery Density มาถึงจุดที่เสถียรแล้ว โดย Optimus Gen 2 มีการปรับปรุงการเดินให้เร็วขึ้น 30% และมีเซนเซอร์รับแรงสัมผัสที่ปลายนิ้ว ทำให้สามารถหยิบจับวัตถุที่เปราะบางอย่าง "ไข่ไก่" ได้โดยไม่แตก
ทำไมต้องเป็นตอนนี้?
เพราะ Tesla มีความพร้อมด้าน Data Center ขนาดใหญ่ (Dojo Supercomputer) ที่ใช้ฝึกฝน AI ทำให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้งานใหม่ๆ ได้จากการดูวิดีโอสาธิตเพียงไม่กี่รอบ ต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมสมัยก่อนที่ต้องเขียนโปรแกรมสั่งการแบบบรรทัดต่อบรรทัด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น